ประวัติ ของ ยูซุฟ

นะบีอิสฮากมีบุตรชายคนหนึ่งชื่อ ยะอ์กูบ เมื่ออิสฮากเสียชีวิตไปแล้ว ยะอ์กูบยังอาศัยอยู่ที่เมืองชาม (อยู่แถวจีน ปาเลสไตน์ และริม ๆ จอร์แดน) ซึ่งสมัยนั้นเป็นทะเลทราย และประชาชนเป็นคนชนบทเร่ร่อน แต่ประเทศที่มีวัฒนธรรมเจริญก้าวหน้าคือ ประเทศอียิปต์ ที่เป็นเพื่อนบ้านกับเมืองชาม เหตุการณ์เกิดขึ้นสมัยนะบียะอฺกู๊บ ทำให้ลูกหลานของท่าน (ชาวบะนีอิสรออีล) อพยพจากเมืองชามไปอียิปต์ มีเหตุการณ์พี่น้องของท่านนะบียูซุฟ 12 คน(ลูกชายของท่านนะบียะอฺกู๊บจากภรรยาแรก) วางแผนโยนยูซุฟลงในบ่อน้ำที่ลึกมาก เนื่องจากอิจฉาที่ยะอ์กูบรักยูซุฟมากกว่า แต่ไม่ได้ฆ่า เมื่อคาราวานแวะมาตักน้ำ ยูซุฟก็เกาะขึ้นไป เขายึดยูซุฟเป็นทาส ไปขายในตลาดทาสที่เมืองอียิปต์ ผู้นำเมืองอียิปต์จึงซื้อยูซุฟไปเป็นทาส ภรรยาของผู้นำสูงของอียิปต์หลงรักนะบียูซุฟและเรียกร้องให้ทำซินา แต่ยูซุฟไม่ยอม จนสุดท้ายมาประกาศสัจธรรมและทุกคนรู้ความจริง แต่ภรรยาของผู้นำก็ยังวางอุบายให้ยูซุฟเข้าคุก ถึงแม้ยูซุฟไม่ได้ทำอะไรเลย นี่ก็เป็นบทเรียนว่าอย่าเชื่อว่าทุกคนที่อยู่ในคุกทำความผิด มีคำปรัชญาบอกว่า กี่มากน้อยแล้วที่คนที่อยู่ในคุกเป็นคนบริสุทธิ์ เราต้องเชื่อ ขนาดนะบียูซุฟเป็นนะบียังติดคุก

ผู้นำสูงสุดคนหนึ่งฝัน ไม่มีใครทำนายฝันให้ได้ เมื่อยูซุฟมาทำนายฝันให้ และทำนายได้ถูกต้องในเรื่องเกษตรและอาหารต่าง ๆ ว่าให้เตรียมตัวรับช่วงเวลาแห้งแล้งที่จะเกิดขึ้น ยูซุฟจึงได้รับแต่งตั้งจากผู้นำสูงสุดให้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง เป็นผู้รับผิดชอบดูแลเรื่องเสบียงอาหาร และในช่วงเวลาแห้งแล้ง ไม่มีฝนตกบริเวณนั้น ชาวเมืองชามบางกลุ่มต้องไปอาศัยขอความอนุเคราะห์จากประเทศอียิปต์ พี่น้องของนะบียูซุฟ ไปประเทศอียิปต์เพื่อขอความช่วยเหลือ ซึ่งผู้ที่เป็นรัฐมนตรีกระทรวงการคลังคือท่านนะบียูซุฟ สุดท้ายพี่น้องท่านนะบียูซุฟขออภัยท่านนะบียูซุฟ ยูซุฟจึงให้นะบียะอ์กูบและพี่น้องของเขาอพยพมาอยู่ที่เมืองอียิปต์